ยินดีต้อนรับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และทุกๆท่าน แวะเข้ามาพักหัวใจ อ่านบทความดีๆ มากมาย จากใจ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ทำยังไง...แค่อยากมีใครมารัก?

"ความรักเกิดขึ้นจากหัวใจหรือสมอง"

            เจ้านายของฉันตั้งคำถามนี้ขึ้นมากลางออฟฟิศ ในขณะที่แันกำลังง่วงอยู่กับการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ คำถามนี้น่าสนใจจนทำให้ฉันต้องหยุดทำงานและเริ่มคิดตาม...

            ฉันคิดว่า คนเราน่าจะรักใครสักคนด้วยหัวใจ เพราะในขณะที่เรารู้สึกรักใคร ใจเรามักเต้นแรง บางที่เมื่อคนรักจากไป เราก็รู้สึกอึดอัดอยู่ในอกเหมือนกับว่าหัวใจมันปวดตุบๆ อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่บางครั้งสมองของเราก็รู้ว่า คนคนนี้ดีพร้อมทุกอย่าง เราน่าจะรักเขาได้ แต่สุดท้ายเราก็รักเขาไม่ได้

            "ใช่แน่...ความรักเกิดขึ้นจากหัวใจ" ฉันแอบตอบตัวเองเล่นๆ เจ้านายตั้งคำถามต่อมาว่า "แล้วทำไมคนที่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เมื่อฟื้นขึ้นมาความรักถึงยังอยู่ล่ะ?"

           เอาล่ะสิ...ฉันต้องคิดต่ออีกแล้ว ทุกๆ คนในออฟฟิศต่างช่วยกันคิดคำตอบให้กับคำถามนี้กันใหญ่ จนกระทั่งมีพี่คนหนึ่งตอบมาว่า "สมองสั่งการให้หัวใจรู้สึก" (และฉันแอบคิดว่า มันคงเป็นสมองในส่วนที่เราควบคุมมันไม่ได้)
           ใช่ๆ ...มันอาจเป็นแบบนั้นก็ได้
      
           เพื่อนคนหนึ่งของฉันเล่าให้ฟังว่า ในชั่วโมงชีววิทยา อาจารย์ท่านหนึ่งอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับธรรมชาติของผู้ชายว่า ปกติแล้วผู้ชายต้องมีความเจ้าชู้อยู่ในนิสัย เพราะเขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้ขยายเผ่าพันธุ์การที่ผู้ชายจะเลือกชอบใครสักคน เขามักมีเหตุผลตามมาเสมอ เช่น ผู้ชายชอบผู้หญิงสวยเพราะจะได้มีลูกหน้าตาดี ชอบผู้หญิงหน้าอกใหญ่เพราะจะได้มีน้ำนมให้ลูกกิน ชอบผู้หญิงสะโพกใหญ่เพราะจะได้เป็นฐานรองรับที่ดีเวลาตั้งท้อง สิ่งเหล่านี้ผู้ชายจะเป็นโดยธรรมชาติและเขาไม่รู้ตัว ในขณะที่ผู้หญิงถูกกำหนดให้เป็นแม่ต้องดูแลลูก จึงรักเดียวใจเดียว และต้องการใครสักคนมาดูแลปกป้อง อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้หญิงหลายคนอาจหงุดหงิดใจ และเถียงว่า ไม่จริงหรอก...ฉันก็เจ้าชู้ได้ ฉันไม่หวังพึ่งผู้ชายก็ได้ ฉันดูแลตัวเองได้..สิ่งที่คิดนั้นถูกต้องแล้วละ เพราะฉันเชื่อว่า มนุษย์เราไม่เหมือนสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่จะไหลไปตามพื้นฐานจิตใจที่ธรรมชาติกำหนดมาชะทุกอย่าง เพราะมนุษย์เรามีสมองที่ใหญ่และคิดได้หลายมิติ

สมองก้อนเดียวกับที่สั่งให้หัวใจรู้สึกนั้นแหละ!!!

         เกริ่นมาซะยาว ขอวกเข้าประเด็นอย่างดื้อๆ กับคำถามที่ว่า "ทำยังไง...ถึงจะมีใครสักคนมารักเราสักที่?"

         คำถามนี้คงจะโดนใจผู้หญิงหลายคนอยู่พอสมควร เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายหน้าไหนให้ความสำคัญเกินเพื่อน พี่สาวหรือน้องสาวเลยสักครั้ง ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจำนวนมากเลยลุกขึ้นมาให้ความสำคัญกับการบำรุงตัวเองให้สวยในแบบฉบับที่ผู้ชายชอบ ผู้หญิงตัวดำก็ลุกขึ้นมาพยายามขาว ผู้หญิงผมหยิกก็พยายามผมตรง จมูกแบนก็พยายามทำให้โด่ง บางคนทำแล้วดี ก็ดีไป แต่บางคนทำแทบตายก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา จนสุดท้ายรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และอคติกับความรักไปเลยซะงั้น

           ฉันสารภาพว่า ฉันไม่มีคำตอบสำเร็จรูปหรอกว่าทำยังไงถึงจะมีใครมารักเราแบบคนรักได้ เพราะสมมติความรักเกิดจากสมองส่วนที่เราควบคุมมันไม่ได้จริงๆ ก็คงไม่มีใครกำหนดให้ใครรักใคร ในฐานะคนรักได้อย่างที่ต้องการไปซะหมด แต่แันเชื่อว่า...แม้ธรรมชาติของผู้ชายจะถูกกำหนดให้ชอบผู้หญิงสวย แต่เมื่อผู้หญิงเรายังสามารถหลุดออกจากพื้นฐานในจิตใจบางอย่างได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายทุกคนจะไม่สามารถรักผู้หญิงที่อยู่เหนือรูปแบบนั้นได้เหมือนกัน

          ฉันชอบเปรียบความรักเหมือนกาแฟ ซึ่งนอกจากมันจะขมๆ หวานๆ และทำให้ติดแล้ว มันยังประกอบด้วยองค์ประกอบใหญ่ๆ 3 อย่างเหมือนกัน - -  ถ้าองค์ประกอบที่จะทำให้ได้กาแฟมาสักแก้วคือเมล็ดกาแฟ น้ำ และน้ำตาล องค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความรักก็น่าจะเกิดจาก ความเหงา ความผูกพัน และความรู้สึกพิเศษ

          ความเหงา...มักผลักดันให้เราแสวงหาใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง 
          ความผูกพัน...เกิดจากการได้อยู่ร่วมกัน และมักก่อให้เกิดความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างแม่กับลูก เพื่อนกับเพื่อน หรือคนรักกับคนรัก 
          ส่วน ความรู้สึกพิเศษ ก็คือตำแหน่งที่ใครคนหนึ่งเลือกวางเราเอาไว้ในความผูกพัน เช่น แม่วางเราไว้ในฐานะลูก เพื่อนวางเราไว้ในฐานะเพื่อน หรือบางที่เราก็แอบวางเพื่อนบางคนไว้ในฐานะคนรัก กลายเป็นแอบรักเพื่อนอะไรแบบนั้น

         องค์ประกอบ 2 อย่างแรกเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แต่สำหรับความรู้สึกพิเศษนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกันยาก จึงไม่ต้องแปลกใจหากมีคนเกือบครึ่งโลกอกหัหเพราะแอบรักเพื่อน เพราะเพื่อนคนนั้นไม่เคยวางเราเอาไว้ในตำแหน่งอื่นนอกจากความเป็นเื่พื่อนเลย

ดังนั้น...ฉันจึงคิดว่า
ถ้าเราอยากให้ใครคนหนึ่งวางเราไว้ในฐานะคนรัก
แม้จะไม่สามารถทำให้เขารักเราได้ในทันที
แต่ก็น่าจะเริ่มจากการที่เราทำให้เขาวางเราไว้
ในตำแหน่งที่มากกว่าเื่พื่อนให้ได้เสียก่อน

            ส่วนจะด้วยวิธีไหน และจะสมหวังหรือไม่ก็สุดแต่วิธีการของแต่ละคน.. และสมองส่วนที่ควบคุมไม่ได้ของเขาคนนั้นว่าจะสั่งการให้ใจเต้นแรงเวลาได้อยู่ใกล้คุณหรือเปล่า

            อ่านมาตั้งยาว...หลายคนอาจบ่นว่า ฉันไม่เห็นคำตอบที่แน่ชัดแลย แล้วจะทำยังไง ถึงจะมีใครมารักเราบ้าง?

           จริงๆ แล้ว ฉันว่าเราไม่ต้องไปเกร็งกับการหาความรักมากขนาดนั้นก็ได้ บางที่เราแค่ใช้ชีวิตไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องปรุงแต่งให้วุ่นวาย ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะทำให้ใครมารักเราหรือไม่ สุดท้ายความเป็นตัวคุณเองนั้นแหละที่จะทำให้สมองส่วนที่ควบคุมไม่ได้ของใครหลายคนสั่งการให้รักคุณอย่างไม่ทันตั้งตัว เำพราะบางที่แค่เราเป็นในแบบที่เราเป็น ก็มีคนมาหลงรักมากมายแล้ว

             ความรักไม่ใช่คณิตศาสตร์ จึงไม่มีสูตรตายตัวและไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่า ถ้าคุณทำแบบนี้แบบนั้นแล้วจะทำให้ใครหันมารักคุณได้ หรือบางที ถ้าอยากได้สูตรสำเร็จจริงๆ ฉันก็อาจตอบได้แบบกำปั้นทุบดินเลยว่า
"ก็ทำให้คนที่อยู่กับเรามีความสุขสิ - - ง่ายๆ แค่นั้น"

             ดินสะเทือนเลยไหมคะ? แต่ฉันว่านี้ปแหละ คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการก่อให้เกิดความรักเลยละ เริ่มลองกับคนใกล้ตัวคุณก่อนก็ได้ ทำให้พวกเขามีความสุขทุกเวลาที่ได้อยู่กับคุณ แล้วสมองของเขาก็อาจจะสั่งการเองว่า อยากอยู่กับผู้หญิงน่ารักๆ คนนี้ตลอดไปถึงตอนนั้นแล้ว คุณอย่าแปลกใจแล้วกันที่ได้เจอความรัีกแบบง่ายกว่าที่เคยคิด

เพราะฉันเชื่อว่า...ถ้าถึงเวลาที่ความรักมันจะเกิด...
มันก็มักจะเกิด ง่ายจนคาดไม่ถึงเลยที่เดียวเชียวแหละ



by จากใจ ออนไลน์
อ่านเพิ่มเติม...>>

...ถ้าเพื่อนต้องการ

...ถ้าเพื่อนต้องการ by จากใจ ออนไลน์

ไหล่ของฉัน
มันไม่ได้มีความหมายเพียงเืพื่อประคองฉันไว้คนเดียวเท่านั้น
แต่ฉันสามารถใช้มันเื่พื่อประคองหัวเพื่อนได้ด้วย....ถ้าเพื่อนต้องการ

เสื้อของฉัน
ไม่ได้มีไว้ห่อหุ้มร่างกายของฉันเพียงอย่างเดียว
มันพร้อมจะเป็นที่เช็ดน้ำตา และสั่งขี้มูกของเพื่อน...ถ้าเพื่อนต้องการ

แขนของฉัน
ไม่ได้มีไว้จูงหมาเดินเล่นเพียงเดียว
แต่มันยังสามารถใช้ประคองเพื่อนเมื่อเพื่อนล้ม...ถ้าเพื่อนต้องการ

ปากของฉัน
ไม่ได้มีไว้เื่พื่อกินและพล่ามทั้งวันหรอกนะ
แต่มีไว้พูดให้กำลังใจเพื่อนได้ด้วย...ถ้าเพื่อนต้องการ

ตาของฉัน
มีไว้เพียงเพื่อกระพริบขึ้นลงเสียเมื่อไหร่
ฉันเอาไว้ใช้มัน มองสิ่งดีๆ ในตัวเพื่อนด้วยต่างหาก

ฟันของฉัน
ไม่ได้มีไว้กัดใครๆ เขาหรอกน่า
แต่มีไว้เพื่อจะใช้มันประดับเหงือก ทุกครั้งที่ฉันยิ้มให้เพื่อน...ถ้าเพื่อนต้องการ

หูของฉัน
ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเจาะรูแขวนเครื่องประดับ แต่มันใช้ฟังเพื่อน
เมื่อเพื่อนต้องการระบายอะไรออกมาให้ฉันฟัง...ถ้าเพื่อนต้องการ

เท้าของฉัน
ไม่ได้มีไว้สะสมกลิ่ม...โอ.เค. O_o ถึงแม้มันอาจจะมีบ้าง!!
แต่ฉันจะใช้เท้า เพื่อเดินอยู่ข้างๆ เพื่อนนี่แหละ...ถ้าเพื่อนต้องการ

สมองของฉัน
อาจไม่ค่อยมีประโยชน์เวลาสอบนักก็จริง
แต่มันจะทำงานหนัก เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ...ถ้าเพื่อนต้องการ

ส่วนพวก ตับ ไต ไส้ กระเพราะ ม้าม  เซี่ยงจี้ ของฉัน
มันมีไว้ทำหน้าที่ของมันนะ
แต่ถ้าเพื่อนต้องการอย่างรีบด่วน
ฉันยินดีสละให้(อย่างละครึ่งเท่านั้นนะ!!~)...ถ้าเพื่อนต้องการ

และ "หัวใจ" ของฉัน
ก็ไม่ได้มีไว้สูบฉีดเลือดเพียงอย่างเดียว
แต่มันทำหน้าที่เก็บเพื่อนไว้ข้างในด้วย...

....อันนี้ฉันต้องการ

....ถ้าเำพื่อนต้องการ by จากใจ ออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม...>>

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อย่าให้ชีวิตนี้ มีเพียงเงาของความสุข

ชีวิตที่จะเติมเต็มความสุขอันแท้จริงได้นั้น
ต้องเป็นชีวิตที่ผ่านความทุกข์
และความเจ็บปวดด้วยความเข้าใจ
เป็นลักษณะของการไม่ถออย ไม่สู้ ไม่อยู ไม่หนี
แต่เป็นเพียงสักว่ารับรู้แล้วปล่อยวาง
และไม่เข้าไปคลอเคลียกับอารมณ์ที่ผุดขึ้นมาในใจ

              หนึ่่่งชีวิตของการเกิดมาของคนเรา มักถูกเพิ่มเติมด้วยความใฝ่ฝันที่มากกว่าหนึ่งเสมอ เป็นความต้องการที่บางครั้งเกินจะคาดเดาได้ว่า สิ่งที่ ปรารถนาจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ทุกครั้งที่กล่าวถึงความฝันที่ใจเรียกหา เราก็มักจะสัมผัสถึงความสุขที่อบอุ่นเสมอ เสมือนว่าความสุขทีเกิดขึ้นนั้น เป็นความพิเศษเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบ

             ทว่าความสุขที่เกิดขึ้นก็แปลกอยู่อย่างคือ มักไม่ค่อยอยู่เคียงข้างอย่างถาวรตามที่ใจปรารถนา ต้องมีอันโบยบินไปในเวลาอันแสนสั้น เป็นความรู้สึกที่ทำให้เกิดความพึงในอิ่มเอมใจชั่วขณะแล้วก็พลัดมลายไปเช่นหมอกในยามเช้าที่ถูกแสงแดดสาดส่องให่จางหายไป

             แต่คนเราก็ไม่ยอมรับว่าความสุขนั้น เป็นผลพวงจากความรู้สึกที่ถูกจินตนาการขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงวิ่งตามหาสิ่งที่เคยสัมผัสวันแล้ววันเล่า จนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่การแสวงหาจะสิ้นสุดลง เป็นความมุ่งหวังที่ไม่รู้จักพักความรู้สึกให้พอดี จึงเหน็ดเหนื่อยทุกคราเมื่อชีวิตอ่อนล้ากำลังลง
             สิ่งที่ได้มาจึงเสมือนว่าเป็นเงาของความสุขอยู่ร่ำไป เพราะทำให้เกิดความพอใจชั่วประเดี๋ยวเดียว แล้วทุกอย่างก็ต้องจืดจางไปและไม่รู้ว่าการสิ้นสุดอันเป็นจุดจบนั้น คุ้มค่ากับการแสวงหาที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าหรือยัง เราจึงพยายามสร้างแรงจูงใจหใหม่ให้กับชีวิตอยู่เสมอ เผื่อสักวันจะได้ประสบพบเจอกับความฝันที่วาดหวังนั้น

             การก้าวเดินไปข้างหน้าจึงถูกหล่อเลี้ยงให้มีแรงใจ เพื่่อให้ถึงฝั่งฝันของความคิดที่เราตั้งไว้ จึงทุ่มเทกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อสิ่งที่ปรารถนา และหวังว่าสิ่งเหล่านั้นจะเติมความอิ่มใจแทนความเหนื่อยล้าที่แบกมาทั้งชีวิตได้

             ทว่าพอไปถึงจุดที่เราคิดเราคิดว่าใช่ ความรู้สึกที่เป็นสุขกลับมีอยู่ชั่วอารมณ์ เป็นการสัมผัสที่น้อยนิด จนไม่น่าเชื่อว่าการทุ่มเททั้งหมดจะได้รับผลตอบแทนเพียงชั่วขณะเดียว จึงทำให้เกิดความต้องการความสุขชนิดใหม่ที่รออยู่ข้างหน้าเรื่อยไป

             เมื่อความต้องการชนิดใหม่เกิดขึ้นในใจ ความจำเป็นในการแสวงหาจึงแปรเปลี่ยนไป เป็นความปรารถนาสิ่งใหม่ที่รุนแรงมากขึ้น เพื่อนำมาเติมความสุขให้อยู่ได้นานกว่าเดิม จึงเหน็ดเหนื่อยเพราะการแสวงหาไม่รู้จบ ด้วยเหตุนี้สิ่งที่แสวงหามาได้ในชีวิตจึงเแ็นได้แค่เงาของความสุขอย่างเวทนา

             แต่ถ้าเรารู้จักทบทวนชีวิตให้ครบทุกด้าน ให้รู้จักมองสิ่งที่เป็นความซับซ้อนทั้งภายนอกคือกาย และภายในคือจิตใจอย่างรู้เท่าทัน ความสุขที่มีอยู่ย่อมมีโอกาสเปิดเผยตัวเอง และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเราอย่างเข้าใจสักวัน

             เพราะเมื่อทำความเข้าใจชีวิตครบทุกด้าน เราย่อมรู้ว่าชีวิตนี้ไม่ควรทีจะจมอยู่กับความสุขที่เป็นเพียงเงา แต่ควรเรียนรู้ที่จะอยู่เหนือความสุขจอมปลอมเหล่านั้น ซึ่งทำให้เรามองเห็นความสุขที่เกิดจากความคิดเพียงอย่างเดียว แต่ควรที่จะให้ใจเป็นผู้รับรู้ความสุขนั้นอย่างผู้มีปัญญา

             ความสุขที่เกิดขึ้นจากความคิดนั้นไม่มีความมั่นคงแต่อย่างใด เห็นแต่เพียงความรู้สึกดีเพราะจิตใจไร้การกระทบเท่านั้น เราจึงรู้สึกว่าสิ่งที่คิดไว้ให้ความสุขแก่เราได้ และมักทำให้จมอยู่กับความคิดเดิมๆ ของการแสวงหา

             ทว่าความสุขที่เกิดจากความคิดนั้น เมื่อถูกความทุกข์และปัญหาที่ใหญ่กว่าผ่านเข้ามาทดสอบ ความรู้สึกที่คิดว่าเป้นความสุขนะกลับกลายเป็นความทุกข์ร้อนทันที่ เพราะสุขจากความคิดนั้นไม่เพียงพอที่จะต่อต้านแรงแห่งทุกข์ไหว ชีิวิตที่เหลืออยู่จึงอึดอัดขัดเคืองอยู่ตลอดเวลา

             ดังนั้นชีวิตที่จะเติมเต็มความสุขอันแท้จริงได้นั้น ต้องเป็นชีวิตที่ผ่านความทุกข์และความเจ็บปวดด้วยความเข้าใน เป็นลักษณะของการไม่ถอย ไม่สู้ ไม่หนี เป็นเพียงสักว่ารับรู้แล้วก็ปล่อยวาง และไม่เข้าไปคลอเคลียกับอารมณ์ที่ผุดขึ้นมาในใจ

             เพราะเมื่อเข้าใจระบบทำงานของความทุกข์แล้วเราย่อมรู้วิธีเกี่ยวข้องด้วยความพอดี กระทั่งรู้ว่าจะอยู่กับความทุกข์นั้นอย่างไรจึงจะเป็นเสมือนเืพื่อนคนหนึ่งที่รู้ใจกัน เมื่อนั้นความทุกข์ที่มีจะกลับตาลปัตรเป็นความสุขที่ยั่งยืน และเป็๋นเพื่อนที่ทำให้เราคลายเหงาได้ตลอดไป

             โปรดเรียนรุ้ที่จะให้ชีวิตนี้มีความสุขเป็นเพื่อนคอยปลอบขวัญและให้กำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคที่ขวางกั้น เพราะความสุขเป็นภาวะที่เราสัมผัสได้ทุกขณะ มิใช่ว่าเป็นเพียงเงาของความเข้าใจในความคิดเท่านั้น

            ความสุขและความทุกข์เป็นสิ่งที่สามารถประจักษ์รู้ได้อยู่ที่เราเปิดใจให้สิ่งใดเข้าไปแอบอิง หากเปิดประตูรับความสุขความละมุนละไมแห่งใจย่อมเป็นกำไรเสมอ แต่หากเปิดใจรับความทุกข์อันเนื่องมาจากความเขลาของใจเรา ชีวิตย่อมว้าวุ่นและก้าวไปสู่ความเหงาที่เดียวดายตลอดไป...
อย่าให้ชิวิตนี้ มีเพียงเงาของความสุข by จากใจ ออนไลน์
             



อ่านเพิ่มเติม...>>

วันนี้ไม่รัก... ไม่ได้แปลว่า พรุ่งนี้จะรักกันไม่ได้

วันนี้ไม่รัก... ไม่ได้แปลว่า พรุ่งนี้จะรักกันไม่ได้ by จากใจ ออนไลน์
        
             เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน ความกลัวผิดหวังก็จะเริ่มต้นทำงานทันที
        
           ปฎิเสธไม่ได้หรอกว่า เมื่อเราปิ๊งใครเข้า ในใจลึกๆ มันก็อยากได้เขามาเดินเคียงข้าง เป็นทุกอย่างของกันและกัน ให้เพื่อนๆ อิจฉาเล่น แต่กว่าที่ควสองคนจะใจตรงกันได้นี่มีนไม่ใชเรื่องง่ายๆ จึงมีคนบางกลุ่มมานั่งทอดถอนในเพราะท่าทางว่าคนที่ตัวเองปิ๊งจะไม่สนใจเราเองเสียเลย
        
           กว่าหัวใจเราจะตกหลุมรักใครมันอาจไม่ง่าย แต่การจะทำให้เขารู้สึกแบบเดียวกับเรายากกว่า จึงไม่แปลกที่เราจะกลัวความผิดหวัง เพราะคนบางคนเดินอยูข้างกัน แต่เรารู้สึกว่าเขาไกลเกินคว้าหนักกว่านั้น บางคนห่างไกลทั้งตัวทั้งใจ แบบนี้เป็นใครก็ต้องกลุ้มใจเป็นธรรมดา

           แต่อย่าลืมนะว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
           วันนี้ไม่รัก ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้จะรักกันไม่ได้
           
           คนบางคนใจร้อน อยากจะให้เขารักเราในวันนี้ให้ได้ (เข้าข่ายเอาแต่ใจสุดฤทธิ์) เลยไม่คิดหน้าคิดหลัง ทำทุกวิถีทางให้เขารู้ว่าเรารักเขาจนจะดิ้นตายอยู่แล้ว แถมยังกดดัน คาดคั้นให้เขารักเราสักที ผลก็คือแห้วรับประทานซะตั้งแต่ยังไม่ได้หว่านเสน่ห์ ก็เพราะความรีบรนของตัวเอง ไม่รู้จะใจร้อนกันไปถึงไหน
             
            บางทีความรักก็ต้องอาศัยเวลา ค่อยๆ เติมความรู้สึกในหัวใจให้กัน พอเราใจร้อนเข้าไป เขาก็ต้อตกใจวิ่งหนีเป็นธรรมดา คิดดูสิแค่ตอนสารภาพยังวุ่นวายขนาดนี้ ถ้าเขาหลวมตัวมาคบด้วย ชีวิตเขาจะสงบสุขได้ยังไง แบบนี้จ้างให้ก็ไม่เอา

            คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ พยายามทำใจเย็นๆ เข้าไว้ ผู้หญิงที่จะ "เอาอยู่" ได้นะ ต้องมีความใจเย็น นิ่ง และรู้จักคิดเป็นหลัก หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ปล่อยให้หัวใจดึงดูดกันเอง ไม่ใช่พยายามทำตัวเป็นเครื่องดูดฝุ่น ดูดเขาเข้ามาทั้งที่เขายังไม่อยากมา

ตราบที่ยังหายใจอยู่ โอกาสก็ยังมีเสมอ

            ถ้าเธอยังเชื่อว่า เธอมีสิทธิ์ที่จะสมหวังในรักนี้ เธอก็จะยังสามารถมีสิทธิ์เป็นคนรักของเราได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องในวันนี้่ พรุ่งนี้อาจจะเป็นสักอีกหนึ่งปี สองปี หรืออีกหลายปีข้างหน้าก็ไม่มีใครตอบได้

            คนบางคนเป็นเื่พื่อนกันมาสิบปี อยู่ดีๆ ก็หันมารักกัน

            คนบางคนเลิกกันไป แล้วต่างแยกหายเหมือนตายจาก จู่ๆ หลับมาเจอแล้วรักจนแต่งงานกันไปเลยก็มี

            ความรัีกไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ถ้าหัวใจของเธอยังรักเละพร้อมที่จะรอคอยเขา ก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว

           ไม่มีใครสามารถคาดเดาอนาคตได้ ดังนั้นทุกอย่าง (แม้แต่เรื่องไม่น่าเชื่อบางเรื่อง) ก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แม้วันนี้ท่าทางเขาจะยังเฉยชา เธอแสดงออกว่าห่วงใย เขายังเมินทำตัวเป็นพระเอกชาดำเย็น ก็ไม่เห้นจะต้องคิดมาก เพราะไม่แน่ พรุ่งนี้อาจมีเรื่องดีๆ มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาเกิดอาการ
ศรรักปีกอกเพราะเธอก็ได้

         แต่สิ่งหนึ่งที่เธอต้องไม่ลืมก็คือ การที่เธอตกหลุมรักใคร ไม่ใช่ว่าเธอจะต้องเอาทั้งชีวิตและหัวใจฝากไว้กับเขา ถ้าการรักเขาทำให้เธอหมดความสุข ถ้าความอดทนและการรอคอยทำให้เธอท้อจนไม่อยากรอแล้ว เธอก็มีโอกาสที่จะมองคนอื่นได้ัเหมือนกัน

          ความรักอาจไม่ได้จบลงที่ความสมหวังเสมอไป (สัจธรรมนะจ๊ะ มันเจ็บปวด แต่ก็ต้องยอมรับ) ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเธอรอคอยเขาจนถึงที่สุดแต่เขายังไม่รัก เธอก็ต้องหัดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระบ้าง

"ขอเพียงแค่ในวันนั้น
เรารู้ตัวว่าเราได้ทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดแล้ว
ฉันเชื่อว่าแม้ความรักจะไม่ลงล็อกเธอก็จะไม่เสียใจ
เพราะอย่างน้อยเมื่่อเธอปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ
เธอจะรู้สึกปลอดโปร่งเต็มที่
เพราะไม่ต้องมาพูดคำ่ว่า
"ฉันน่าจะทำตัวเองให้ดีกว่านี้"
หลังจากที่ทำทุกอย่าง
อย่างสุดความสามารถของเธอแล้ว"


(จากหนังสือ ผู้หญิงวุ่นวาย เพราะผู้ชายไม่รู้ใจ เล่ม 1 โดย ณาชิ)http://www.yaimaibook.com/
อ่านเพิ่มเติม...>>

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

"เพื่อน"

"เพื่อน คือ เพื่อนตลอดไป" by จากใจ ออนไลน์
อดีตหรือปัจจุบัน คำว่า "เพื่อน" ยังคงอยู่เรื่อยไป
by จากใจ ออนไลน์
"เพื่อน" คำเดียวอธิบายทุกการกระทำ by จากใจ ออนไลน์
"เพื่อน" จะอยู่ตรงนี้เรื่อยไป by จากใจ ออนไลน์
"เพื่อน" คือ รัก "เพื่อน" คือ รัก "เพื่อน"คือ..... by จากใจ ออนไลน์ 
by จากใจ ออนไลน์
ไม่จำเป็นต้องมีบรรยายใดๆๆ สำหรับ"เพื่อน" คือ "เพื่อนตลอดไป"
อ่านเพิ่มเติม...>>

ความรู้สึกและลมหายใจ

จะมีใครบ้างไหมสักคนที่คุ้นเคยกับความรู้สึกที่เหวหวา 

ลมหายใจที่ไร้ค่าเช่นฉันคนนี้ 
"ชีวิตคนเราจำเป็นต้องเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิตกันทุกคน" 
ถึงจะรู้ดีกับสิ่งทีชีวิตต้องพบเจอแต่คนเราคงต้องมีบ้างที 
อยากร้องไห้ ร้องแบบไม่หยุด ร้องให้มันลืมทุกสิ่ง 
ร้องไห้จนหลับตื่นมาแล้วลืมวันเก่าๆไปหมดสิ้น 
อยากเศร้า เศร้าให้มันตายกันข้างหนึ่ง เศร้าจนทำให้ 
ชีวิตเคยชินซะเลยก็คงจะดี 
คนเราตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ตราบนั้นมันก็ต้องรู้สึกอยากร้องไห้ 
อยากเศร้าใจกะชีวิตที่มันไม่เป็นไปตามที่ใจปราถณา ไม่สมหวังกับสิ่ง 
หมายปอง เศร้าใจกับการศุนย์เสียของรักของห่วง 
"แต่สิ่งที่อยู่ในใจต้องนี้มันเกินกว่าสิ่งที่รุ้จะอธิบายได้ 
มีสิ่งเดี่ยวที่รุ้ว่าต้องการอะไร คือร้องไห้ ร้องไห้ขอมา 
แต่คงทำไม่ได้เพราะในขณะนีและต่อไปนี้ 
เราไม่ได้มีตัวคนเดี่ยวอีกต่อไป เราต้องดูแล 
และคิดถึงคนรอบข้างที่รักเราและเราก็รักเขา 
ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องดูแลเขาบ้าง 
ค่อยเช็ดน้ำตาให้เขาบ้าง เขาเหนือยมามากแล้ว 
เขาร้องไห้มามากแล้ว และคงเป็นคนสุดท้าย 
ที่เรารักเขาโดยไม่ต้องหวดกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น 
ต่อไปนี้จะทำเพื่อ...บ้างนะ 
ถึงจะเป็นสิ่งสุดท้ายของชีวิต 
ถึงจะเป็นคนสุดท้ายของชีวิต 
ก้จะขอดูแลจนกว่าวันสุดท้ายของใครสักคนจะมาถึง....." 
อ่านเพิ่มเติม...>>