ยินดีต้อนรับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และทุกๆท่าน แวะเข้ามาพักหัวใจ อ่านบทความดีๆ มากมาย จากใจ ออนไลน์

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

“ก็แค่....”

เคยเป็นไหม? ทุกข์ร้อนกับการที่ต้องลุกขึ้นมาขัดแย้งกับใครสักคนอาจจะเพราะคิดไม่ตรงกัน เห็นไม่เท่ากัน ไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกัน มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนทุกคนมองของสิ่งเดียวกันในมุมเดียวกันและการที่เราต้องทำ หรืออธิบายในสิ่งที่คนอื่นไม่เข้าใจนั้นก็เป็นเรื่องเหนื่อยและบั่นทอนกำลังใจอย่างที่เราคาดไม่ถึงจะทำให้เราหมดเรี่ยวแรง หมดพลังในการสร้างสรรค์ ทำงานต่างๆ จะทำให้เรารู้สึกแปลกแยก ไม่เข้าพวก โดดเดี่ยว และเป็นภาระสังคมซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่เราทำอยู่นั้นอาจจะเป็นเพียงแค่อะไรสักอย่างที่คนเหล่านั้นไม่เคยสัมผัส ไม่เคยมาเข้าใจใกล้ชิดสิ่งทีเราทำเราเป็น มันอาจจะไม่ได้เลวร้ายมากขนาดนั้นอาจจะไม่ได้แย่อย่างนั้นก็ได้
                ไม่จำเป็นหรอกที่จะให้ทุกคนมาเข้าใจในสิ่งที่เราทำ เราเป็นในทุกเรื่อง ไม่มีความจำเป็นที่จะเอาคำพูดหรือความคิดของคนอื่นมาตัดสินตัวเราเอง คนอื่นก็แค่มองเรา ตัดสินเรา ตัดสินสิ่งที่เราเป็น เราทำ จากสิ่งที่เห็นได้ภายนอก และข้อมูลอย่างหยาบๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดในการศึกษาเรามากมายและไม่ได้อยากรู้เหตุผล ที่มาที่ไปอะไรมาก
                โลกนี้ก็มีคนที่เกิดมาเพื่อวิจารณ์อย่างเดียวเยอะเหลือเกิน ถ้าเราได้คิดดีแล้วว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น ดีแล้ว ถูกแล้ว ทบทวนแล้ว ไม่ได้เลวร้าย ไม่ได้ผิดกฎหมาย และไม่ได้เดือนร้อนใคร ไม่ต้องใส่ใจมากก็ได้ ไม่ต้องให้คนอื่นเข้าใจเราทุกเรื่องก็ได้

และถ้าวันหนึ่งมีใครลุกขึ้นมาบอกว่า
สิ่งที่เราทำอยู่ไม่เข้าท่าเลย
ก็อย่าไปวิตกกังวลจนเกินไป
นั่นก็อาจจะเป็นแค่....

คนคนหนึ่งที่เห็นไม่ตรงกับเรา
ก็ เ ท่ า นั้ น
อ่านเพิ่มเติม...>>

“บางครั้ง...ของชัยชนะ”

การได้มีเวลาคิดถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่พบเจอและเรื่องราวต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นความสำเร็จจะทำให้ความสำเร็จสมบูรณ์ขึ้น ในเวลาที่เรากำลังปีนภูเขาจิตเราของเรามุ่งไปที่ยอดเขาขณะที่เราก้มหน้าก้มตามุมานะอยู่นั้นเราอาจจะหลงลืมไปว่า ระหว่างทางนั้นมีความงามของดอกหญ้าให้ชื่นชมอยู่มากมาย ดาษดื่ม ตามทางเท้า ตามกอหญ้าหรือแม้แต่ตามซอกหินมีแมลงเล็กๆ ไต่อยู่ตามพื้นดินหรือผีเสื้อภูเขาที่บินว่อนอยู่ที่เกสรดอกไม้ป่า ด้วยความรีบร้อนและมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงยอดภูเราอาจจะไม่เคยเลยสักครั้งที่จะหันไปดู แต่เมื่อเท้าของเรามาถึงยอดภูแล้วนั่นแหละ เราถึงจะได้มีเวลามองดูทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ ความงามบนยอดภู จึงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ภาพที่เราทอดสายตามองจากหน้าผาสูงลงสู่เบื้องล่าง แต่จะประกอบขึ้นจากความหายเหนื่อยจากการเดินทางอย่างยากลำบากและการคิดถึงสิ่งที่พบเจอระหว่างทางภาพดอกหญ้า ดอกไม้ ผีเสื้อเหล่านั้น จะค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นทีละนิดให้เราได้มองเห็นภาพความเหนื่อยล้าและอ่อนแรงของเวลาที่ผ่านมาและให้เราได้ยิ้มชื่นใจ...กับความรู้สึกโล่งๆ ที่ไม่มีอะไรต้องกังวลในชีวิตที่มุ่งมั่นปีนป่ายไขว่คว้าหาความฝัน...พยายามไปสู่จุดหมายอาจมีบ้างที่เราไม่เคยใส่ใจกับสิ่งรอบข้างเลยใครที่หยิบจับ ช่วยเหลือ ใครที่หยิบยื่น แบ่งปัน ใครที่ยื่นแก้วน้ำ ใครที่ยื่นผ้าเช็ดน้ำตา วันที่เราขาดแคลน ใครที่เติมเต็มให้ วันที่เหนื่อยกับปัญหา วันที่ท้อกับผู้คน มีใครอยู่ตรงนั้นบ้าง มีอะไรที่ทำให้เราผ่านมันได้
                เมื่อถึงวันที่ฝันเป็นจริงหรือสิ่งที่หวังไว้สำเร็จเรื่องราวเหล่านั้นจะกลายเป็นรายละเอียดปลีกย่อยไว้ให้นึกถึงจะประกอบกันขึ้นมาเป็นภาพแห่งความสำเร็จที่สมบูรณ์และงดงาม ในการทำอะไรบางอย่างเมื่อไรรับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่จะทำให้เราสุขใจได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้คิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เราทำมาอย่างเหนื่อยยากและสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ประกอบกันขึ้นมาจนประสบความสำเร็จ
                บางคนอาจเข้าใจผิดว่าแค่ถึงเส้นชัยแล้วก็จบกันประสบความสำเร็จมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่แน่...บางที่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอาจจะไม่ได้สำคัญไปกว่าสิ่งที่ผ่านมา ความสุขของคนเราอาจจะไม่ได้อยู่ที่ชัยชนะแต่อาจอยู่ที่...เราได้ชัยชนะนั้นมาอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม...>>

“วันที่กลายเป็นสะพาน”

ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งเสียใจใหญ่โตหรือคิดแค้นให้เปลืองความรู้สึกหากวันหนึ่งเราพบว่า...ตัวเราเองได้กลายเป็นเพียงสะพานไม้เก่าๆ ที่ให้ใครบางคนข้ามไปแล้วเขาไม่เห็นค่า เพราะบางที่คนที่เราคบหาอยู่ก็อาจวางเราไว้ตรงไหนสักที่ของชีวิตเขาซึ่งอาจไม่ใช่ที่เดียวกับที่เราคิดว่าเราได้อยู่ที่ที่ซึ่งอาจไม่ใช่มิตรอย่างที่เราเข้าใจ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้บันทอนความรู้สึกทำให้เสียใจ ใช่...เสียใจจริง! แต่จะเสียใจอย่างนั้นตลอดไปน่ะหรือถ้าไม่ลองตัดใจ แล้วมัวแต่คร่ำครวญอยู่กับความเป็นจริงที่เจ็บที่เจ็บปวด และไม่อาจรับได้แล้วชีวิตที่เหลือจากนั้นล่ะ จะเฝ้าคอยตัดพ้อโชคชะตา ตัดพ้อคนที่หักหลังและทรยศเราตลอดไปอย่างนั้นหรือจะให้คนที่หลอกใช้เรามีอิทธิพลหลอกหลอนเราอยู่อย่างนั้นน่ะหรือ
                ลองย้อยกลับไปมองข้างหลังในทุกสิ่งที่เราเคยทำให้เขาที่ช่วยเหลือเขา เราทำอย่างจริงใจหรือเปล่า เราทำเพราะหวังสิ่งตอบแทนหรือเปล่า ถ้าเราทำทุกสิ่งด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริงแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจหรอก สะพานที่ทอดยาวให้ผู้คนข้ามไปมาอยู่ตลอดชีวิตก็ไม่เคยเอ่ยอ้างบุญคุณยังภูมิใจและยินดีที่จะซ่อนตัวอยู่อย่างไร้เกียรติและไม่มีใครถามถึงอยู่เช่นนั้น

บางครั้ง...ความภาคภูมิใจของคน
ก็ไม่ได้อยู่ที่คำกล่าวขวัญถึงอย่างชื่นชมเสมอไป
แต่อาจจะอยู่ที่...การทำใจให้กว้างๆ
ซ่อนตัวอยู่ห่างๆ แอบมองอยู่ไกลๆ
พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ริมฝีปากของเราเอง
ในวันนี้ฉลองความสำเร็จ
และเราได้กระซิบบอกกับตัวเองว่า....

ความสำเร็จที่ใครๆ กำลังฉลองกันนั้นเกิดขึ้นได้เพราะอะไร...


อ่านเพิ่มเติม...>>

“ความฝัน... ความหวัง... ความจริง...”

ความฝันกับความจริง...ดูเหมือนจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันมากจนเหมือนว่าแทบไม่มีส่วนไหนที่คลายคลึงหรือพอที่จะเกี่ยวข้องกันได้เลย แต่ถ้าดูกันจริงๆ แล้ว ความฝันกับความจริงนั้นค่อนข้างที่จะมีส่วนที่เกี่ยวพันกันอยู่พอสมควรเลย เพราะหลายครั้ง...ที่ความฝันก็เป็นตัวกำหนดชีวิตของคนว่าจะให้เป็นอย่างไร เช่นใครสักคนที่มีความฝันว่าสักวันหนึ่ง เขาต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ให้ได้ นั่นแหละที่จะเป็นตัวกำหนดว่ารูปแบบการใช้ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไรหรือวันคืนของเขาจะเป็นไปในทิศทางไหน คนทุกคนจึงแทบจะใช้ชีวิต โดยมีความฝันนำทาง นำชีวิตแทบจะทั้งสิ้นความฝันจึงเป็นจุดกำเนิดของความหวังทีจะนำชีวิตให้โลดแล่นอยู่ในความจริง
                แต่การที่จะทำให้ความฝันกลายเป็นจริงได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ เลยบ่อยไปที่เรารู้สึกทอท้อกับความหวังที่เริ่มจะเลือนรางจะด้วยเพราะถูกอุปสรรคต่างๆ ถาโถมเข้าใสหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ก็สร้างความเหนื่อยหน่ายให้กับชีวิตอย่างคาดไม่ถึงบางคนถอดใจจนล้มเลิกความฝันไปเลยโดยที่ลืมคิดไปว่าการทำอะไรทุกอย่างนั้นมักจะมีอุปสรรคเสมอ
                การที่จะทำความฝันให้เป็นความจริงได้นั้นเป็นเรื่องใหญ่ ที่ทำยากเสียด้วยนะให้ไม่มีอุปสรรคเลยนั้น ยิ่งเป็นไปได้ยากยิ่งจะดีกว่าไหม ถ้าบอกตัวเองว่าให้ฝันต่อไปแล้วเผื่อใจไว้สำหรับอุปสรรคบ้าง ถ้าเหนื่อยมากก็พักก่อน แล้วค่อยๆ มาคิดหาวิธีที่จะทำความฝันให้กลายเป็นความจริงต่อไป ไม่มีอะไรต้องรีบร้อนเพราะความฝันของคนเราไม่เท่ากันและคนทุกคนก็ต้องใช้เวลาในการทำความฝันให้กลายเป็นความจริงต่างกัน
                แม้ความฝันอาจดูจับต้องไม่ได้ แต่ก็มีพลังมากพอที่จะหล่อเลี้ยงความวังให้คงอยู่กลายเป็นความจริงที่มีพื้นฐานที่แข็งแรง ความล้มเหลวเพียงครั้งเดียวจึงดับความฝันของคนไม่ได้หรอกและความฝันก็มีความแข็งแรงมากพอ ต่อให้แตกดับสักกี่ครั้ง ก็สามารถลุกโชนขึ้นได้ใหม่


นอกเสียจากว่า...ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา
คนคนนั้นไม่เคยมีความฝัน

อ่านเพิ่มเติม...>>

“กล้าเดิน ในทุกเส้นทาง”

ชีวิตเรา...ตัดขาดจากการเดินทางไม่ได้หรอกเพราะโลกใบนี้...ก็เป็นเหมือนถนนที่ทอดสายรอเราอยู่ข้างหน้าให้เราได้เลือกและทดลองเดิน ถนนแต่สายนั้นมีความแตกต่างกันไป บางสายก็ราบเรียบ บางสายก็ขรุขระ จนบั่นทอนกำลังใจ ทำให้เราไม่อยากเดินเอาเสียเลย
แต่ก็มีบางครั้ง...ที่ชีวิตไม่เปิดโอกาสให้เราเลือกอะไรได้มากมายว่าจะเดินหรือไม่เดิน จะไปหรือไม่ไป หลายต่อหลายครั้งที่เราอาจจะต้องไปในทางที่ไม่อยากไป ต้องกัดฟันเดินบนถนนบางสายด้วยน้ำตาและการเดินทางที่กล้ำกลืนอย่างนั้น จะให้อะไรกับชีวิตได้? นอกจากเราจะต้องเดินไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทดท้อและห่อเหี่ยวทำให้ชีวิตต้องหมดสิ้นพลังไปเสียอย่างนั้น เราต้องทำอย่างไร? แค่ก้มหน้าก้มตาเดินไปอย่างไร้จุดหมายอย่างนั้นหรือมีอะไรที่ให้คิด ให้ทำ มากกว่านั้นหรือเปล่า?
ตอบว่ามี...มีสิ่งที่เราต้องคิดให้ได้คือ เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ๆที่จะเดิน เรียนรู้ในการใช้ชีวิตที่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรทำใจไว้ได้เลย ทำตัวให้พร้อมและกล้าที่จะเจอทุดอย่างที่จะเกิดขึ้น ถนนข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่มีอะไรน่ากลัวมากกว่าที่เป็นหรอกโลกมันไม่ได้แย่ขนาดนั้น ชีวิตไม่ได้โหดร้ายจนไม่ได้ทิ้งแผนที่และเข็มทิศไว้ให้เราจะเดินไปทางไหน จะทำอะไร ก็จงมั่นใจและกล้าที่จะไป

ไม่มีถนนสายไหนที่ไม่ได้ให้บทเรียน
และไม่มีถนนสายไหนทำให้
เราตกลงไปในหุบเหวจนปีนขึ้นไม่ได้

ให้การเรียนรู้ระหว่างทางเป็นความงดงามของการมีชีวิตอยู่และเรียนรู้ที่จะเดินทางให้มีความสุขให้ได้ แม้ในถนนที่ขรุขระและเต็มไปด้วยเศษแก้วที่บาดเท้าบ้าง แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นมันจริงๆ ได้สัมผัสจริงด้วยตัวเองจริง ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่รู้เพราะว่าฟังจากคนอื่นเล่า

ต่อให้เป็นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแสนสวยก็เปล่าประโยชน์ ถ้าทางเส้นนั้นเราไม่เคยได้ไป...
อ่านเพิ่มเติม...>>