![]() |
| ตีสนิท...กับความเหงา by จากใจ ออนไลน์ |
…ซี ก ห นึ่ ง ข อ ง
ค ว า ม เ ห ง า
อาจทำให้เราได้พบ
ค ว า ม รื่ น ร ม ย์
… … … …
จากสิ่งที่ไม่น่ารื่นรมย์…
คุณเหงาบ่อยมั้ย…?
มีใครกันบ้าง…ที่ชอบอยู่กับความเหงา
ถ้าคุณเป็น…นั่นคงเพราะคุณรู้จักความเหงาดีพอ
แต่ถ้าหากคุณเหงา
และกำลังรู้สึกทรมานกับมันอยู่ละก็
นี้อาจเป็นโอกาศดี
ที่จะได้ลองตีซี้กับความเหงาดูสักตั้ง!
…………………………………………………
ไม่ว่าความรู้สึกเหงาของคุณนั้น จะเกิดขึ้นมาจากอะไรก็ตาม บาดแผลชีวิตในอดีต…การขาดความสุขในปัจจุบัน…หรือแม้แต่ความคิดที่สั่นคลอนคุณค่าในตัวคุณเอง แต่ถ้าหากคุณตระหนักรู้ความจริงที่ว่า เราทุกคนต่างก็เกิดมาบนโลกนี้คนเดียวแม้แต่ตอนที่ลมหายใจสุดท้ายมาถึง ก็เราคนเดี่ยวอีกนั่นแหละ ที่ต้องสิ่นลมหายใจไปด้วยตัวเองเพียงคนเดี่ยวเช่นกัน สิ่งนี้เอง…น่าจะเป็นเหตุผลที่ฟังง่ายที่สุดที่คุณควรจะต้องอ้าแขนรับความเหงาให้เขามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้
…อยู่กับมันแบบเหมือนเพื่อนสนิท และบางทีถ้าคุณสามารถใช้มันให้เกิดประโยชน์แบบคนที่เข้าใจโลก เข้าใจชีวิตดีพอ…เพื่อนคนนี้อาจกลายเป็นโบนัสพิเศษของชีวิตคุณก็ได้…ใครจะรู้
“You are What you think”
คือประโยคที่ยังอมตะเสมอ
…ถ้าหากในวันนี้ คุณคิดว่าความเหงา คือ การขาด…ชีวิตของคุณก็คือยังไม่เต็ม แล้วความรักใช่มั้ย…? คือสิ่งที่คุณคิดว่าสามารถทดแทนความว่างเปล่าตรงนั้นได้ หากความรัก…เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตได้จริง การรักตัวเองน่าจะเป็นประตูบานแรกของความรักแม้เราจะรู้…แต่เรากลับมองข้าม และมองหาสิ่งที่ยากกว่า นั่นคือการแสวงหาและพี่งพิงสิ่งที่อยู่ภ่ายนอกแทน ทั้งๆ ที่การจัดการความรู้สึกภายในใจเราเองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า และที่สำคัญเชื่อมั่นได้มากกว่า
และเมื่อเราละเลยจุดนี้ ความทุกข์ทรมานที่รุมสุมอยู่ในใจจึงผลักดันให้เราต้องการ “เพื่อน” ต้องการคนที่อดทนฟังความรู้สึกของเรา คนที่คอยปลอบประโลมให้กำลังใน และตำหนิติเตียนเราได้แบบตรงไปตรงมา และใครคนนั้น…จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก “เขา” หรือ “เธอ” คนนั้นเพียงคนเดี่ยว…
เป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามอย่างมากว่า ในจำนวนคนหกพันล้านคนในโลก มีเพียงคนๆ เดี่ยวเท่านั้นหรือ ที่ทำให้ชีวิตเรามีความหมาย…และเพราะความเชื่อนี้หรือเปล่า ที่ทำให้เราผูกติดอยู่กับใครบางคนจนใจขาดอิสรภาพ และคิดไปว่า เราคงไม่สามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวของเราเอง?
มหาตมะ คานธ เคยกล่าวไว้ว่า
“ธรรมชาติให้เราเพียงพอ…กับความจำเป็นทุกอย่างของเรา แต่ไม่พอ…สำหรับความโลภของเรา”
สิ่งที่เราเรียกร้องเพื่อมาชดเชยความเหงาอาจเป็นเพียงแค่ “ส่วนเกิน” ที่เราไปตีค่าผิด คิดว่ามันเป็น “ความจำเป็น” ในชีวิต เราเรียกร้องความรักจากใครๆ โดยลืมนึกไปว่า เราเองนั้นก็สามารถสร้างความรัก และบ่มเพราะความสุขส่วนตัวให้ชีวิตตัวเองได้เหมือนกัน
เราลืมคิดไปว่าถึงแม้ใครๆ นั้นจะปฏเสธเราแต่ตัวเรานั้นต้องไม่ปฏเสธตัวเอง และเรา…ก็เยียวยาความเหงาได้ด้วยตัวเราเอง โดยไม่ต้องไปพึ่งใครแต่เรากลับอยากได้มากกว่า…มากกว่าที่ธรรมชาติให้มา
ความจริงแล้ว ทุกๆ อย่าที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรานั้น สามารถมองได้ 2 แง่เสมอ คือมองได้ทั้งบวกแฃะลบ ยิ่งไปกว่านั้น บวกหรือลบยังไม่ได้อยุ่ที่การมองอย่างเดี่ยว แต่ยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์นั้นด้วย ซึ่งบางทีผลบวกหรือผลลบก็เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกเก็บเกี่ยวผลชนิดไหนมาใส่ตัว เมื่อต้องอยู่กับความเหงา…บางคนจึงอยู่กับมันได้และใช้มันเป็น ในขณะที่บางคน…อยากตาย เพียงแค่รู้สึกว่าเหลือตัวเราเองคนเดียว ทั้งๆ ที่การอยู่คนเดียว หรือการมีคนรัก ก็เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งในการใช้ชีวิตเท่านั้น
ฉันเอง…ไม่ได้มองว่า ความเหงาเป็นความรื่นรมย์ แต่ก็ไม่ปฎิเสธว่าซีกหนึ่งของความเหงา ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้ฉันค้นพบว่า ตัวเองสามารถเขียนหนังสือได้ และที่ไม่น่าเชื่อคือ…ทำให้ฉันได้พบความรื่นรมย์จากสิ่งที่ไม่น่ารื่นรมย์ ฉันจึงไม่แปลกใจเลยเมื่อได้รู้ว่า ผลงานชั้นดีมากมายที่เกิดขึ้นจากศิลปินหลายๆ ท่าน ล้วนแล้วแต่มีเบื้องหลีงมาจากความเหงา…ที่แอบซ่อนอยู่
…ถึวแม้ว่า ความเหงา ที่ฉันและคุณแต่ละคนกำลังพบเจอในวันนี้ จะมีที่มาที่ไปแตกต่างกันแต่ที่เหมือนกันแน่ๆ คือมันคงไม่ยอมจากพวกเราไปง่ายๆ หรอก ตราบเท่าที่เรายังอยู่บนโลกใบนี้…โลกใบที่แต่ละคนเข้าเกียร์ถอยไม่เป็น แถมยังมีคติประจำใจอีกว่า “ช้า…โดนแซง” หรือแม้แต่การต้องอยู่ท่ามกลางคนที่บอกว่า “รักคนอื่น” แต่ความเห็นแก่ตัวก็ไม่ได้ลดน้อยลงเท่าไหร่
…อย่างนี้แล้ว เราจะทำอะไรกับ “ความเหงา” ได้ดีไปกว่าตีสนิทกับมันไปเสียเลล่ะ…คุณว่ามั้ย
by จากใจ ออนไลน์

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น