ต้องมีบ้างล่ะ...ที่เคยรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ...
และเมื่อครั้งใดที่เรารู้สึกแบบนั้น
สิ่งที่เราต้องการที่สุด ก็คือ...
ใครสักคน...
ที่จะอยู่เคียงข้าง
หรือคอยเป็นแรงผลักดันที่ดี
...ให้กับชีวิต
............................................................................
ในความคิดเห็นส่วนตัว ฉันเชื่อว่า ความต้องการใครสักคน
คนนั้น สามารถเป็นได้ทั้งแรง "ผลักดัน" และแรง "ฉุดรั้ง"
ของชีวิตเรา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้น จะเลือกมองใน
แบบไหน
ขอยกตัวอย่างชัดๆ ที่ตัวเองก่อน...มีหลายครั้งที่ฉันเคย
รู้สึกเหนื่อยล้ากับการใช้ชีวิต แต่ทุกครั้งที่หลับตาแล้วนึก
ถึงหน้าคนที่ตัวเองรัก ฉันรู้่สึกว่า ชีวิตของเรามีค่าเกิน
กว่าที่จะปล่อยให้่ตัวเองอยู่แบบคนหมดแรงอย่างนั้นทันที
จากนั้นเอง- - ชีวิตมันก็เหมือนมีก๊อกสอง ก๊อกสามตามมา
โดยอัตโนมัติ ไม่เพียงแต่เรื่องนี้เท่านั้น...แต่มันยังรวมไป
ถึงเรื่องการวางแผน หรือ การเลือกทางที่จะพาชีวิตตัวเอง
ให้เดินไปในแต่ละวัน อย่างมีเป้าหมายที่ดีด้วยเช่นกัน
และนี่...มันคงจะเป็นเหตุผลคล้ายๆ กันกับ เมื่อคนที่เ๋ป็น
พ่อ ยอมเลิกบุหรี่เพื่่อลูก เมื่อคนที่เป็นลูก ตั้งใจเรียน
และเป็นคนดีเพื่อพ่อ-แม่...เมื่อคนคนหนึ่ง พยายามทำชีวิต
ของตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อใครอีกคนหนึ่งที่เขารัก และยังยืน
รออยู่ข้างหลัง เหล่านี้ มันหมายถึงแรงผลักดันที่สามารถ
เกิดขึ้นได้จริงๆ ในชีวิตของคนทุกคน
อีกมุมหนึ่ง...เมื่อยามที่เรามองหาใครสักคนแล้วไม่พบ
เวลานั้น เราอาจเหมือนคนจิตตกไปทันที คนที่คิดแบบนี้
ต้่องยอมรับตัวเองให้่ได้ว่า คุณอาจอ่อนแอเกินไป และใน
โลกความจริง...ก็คงไม่มีใครหรอก ที่จะอยู่เคียงข้างใครอีก
คนหนึ่งได้ตลอดเวลา
ถึงแม้ว่า...การต้องการคนที่จะเคียงข้าง มันเป็นเรื่อง
ธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งยังคงมีความเปราะบางของชีวิต
ห่อหุ้มอยู่ แต่มันคงจะเป็นเรื่องผิดธรรมชาิติมากๆ เช่นกัน
ถ้าชีวิตของเราจะสามารถขับเคลื่อนได้ ก็ต่อเมื่อทุกครั้งที่
เราต้องการใคร แล้วเขาก็มาอยู่ตรงหน้าเราทันที...ซึ่งคุณ
ก็รู้...ว่ามันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน ในความเป็นจริง
จากประเด็นดังกล่าวนี้ ฉันจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมาก
สำหรับทุกคนในการสร้างวิธีคิดให้ตัวเอง การสร้างวิธีคิด
นี้...อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่ามันคือการหลอกตัวเอง แต่การ
สร้างวิธีคิดที่ฉันหมายถึง เป็นการมองชีวิตด้วยองศาที่เปิด
กว้างมากขึ้นกว่าที่เราเคยมอง เราทุกคน...ต่างคุ้นเคยกับ
การมองทุกสิ่งเข้าหาตัวเองมาตลอด และสิ่งนี้นี่เองไม่ใช่
หรือที่มักจะสร้างปัญหา ทำให้เราเหมือนติดกับดักเวลาที่
ชีวิตเจอกับความขัดแย้ง
การมองออกมาจากโลกของตัวเองบ้าง จะทำให้เรามอง
เห็นคนอื่นๆ มากขึ้น ทำให้เรามองเห็นว่า ทุกความคิด
ทุกการกระทำของเรา อาจไม่ได้มีผลแต่เฉพาะกับตัวเรา
เท่านั้น แต่มันยังรวมถึงอีกหลายชีวิต ที่อยู่ข้างหลังเราด้วย
ซึ่งความจริงแล้ว...พวกเขาเหล่านั้น ก็คอยช่วยลุ้นและแอบ
ให้กำลังใจในทุกเรื่องที่เรากำลังทำเสมอ เพียงแต่เราไม่เคย
รู้...เพราะว่าตลอดมา เราเองนั่นแหละที่ไม่เคยมองกลับหลัง
และบางคน...อาจลืมไปด้วยซ้ำ ว่ายังมีพวกเขาเหล่านั้นอยู่
ฉันเชื่อว่า...หากเราสามารถปรับองศาในการมองตัวเอง...
มองคนข้างเคียง...และคนข้างหลัง ได้อย่างเหมาะสมแล้ว
เมื่อถึงคราวที่ชีวิตเดินมาพบจุดเปลี่ยน หรือจุดหักเห
ในทางที่เลวร้าย ขอให้มั่นใจเถอะว่า เราก็จะยังมีสติในการ
เลือกวิธีที่จะเผชิญหน้ากับมันได้ดีกว่าเดิมแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม หากเราทุกคนไม่ปฏิเสธความจริง และ
มองชีวิตกันด้วยความเข้าใจที่ถ่องแท้แล้วละก็ เราคงต้อง
ยอมรับด้วยเช่นกันว่า ธรรมชาติของชีวิตก็ยังเป็นความ
โดดเดี่ยวอย่างแท้จริงอยู่ดี แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายที่เรา
รักอยู่รายล้อม มีคนใหล้ชิดที่คอยเกื้อหนุนและให้กำลังใจ
แต่เมื่อถึงคราวที่ชีวิตต้องเจ็บปวด ก็คงไม่มีใครที่จะมารับ
ช่วงความรู้สึกเหล่านี้แทนเราได้เลย
ฉันจึงไม่เคยสงสัย เมื่อได้ยินคนใกล้ตัวบางคน หรือใคร
ก็ตามที่พร่ำบ่นว่า ชีวิตเขานั้นช่างน่าท้อแท้ ไม่รู้ถึงคุณค่า
ของการมีชีวิตอยู่เพื่อใคร เพราะมองไม่เห็นว่า ชีวิตจะมี
ใครเลยจริงๆ
และถ้าหากคุณ...คือใครสักคนที่กำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ละก็
ลองวางหนังสือเล่มนี้ลงก่อนนะคะ แล้วเดินไปที่กระจกเงา
สักบานหนึ่ง เมื่อถึงแล้ว...อยากให้คุณมองเข้าไปในนั้น
แล้วลองถามตัวเองดูว่า คนที่คุณเห็นอยู่ข้างหน้านั้น คือ
คนที่คุณรักเขามั้ย คนคนนี้นี่แหละค่ะ คือคนสำคัญที่สุด
ที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอด ทุกครั้งที่คุณรู้สึกว่าไม่มีใคร
ท้อแท้ หรือหมดความหวัง ก็ขอให้กลับมาหาเขาคนนี้
แล้วคุณจะคิดได้เองว่า ต่อจากนี้ควรจะจัดการอย่างไร
กับตัวเอง
...การทำชีวิตตัวเองให้ดี ก็คงไม่ต่างอะไรกับการส่องกระจก
เงา สิ่งหนึ่งที่ฉันเชื่อมาตลอดก็คือ หากเราพาชีวิตตัวเอง
ไปสู่สิ่งที่ดีงาน ความงดงามของชีวิตนั้นก็จะสะท้อนกลับ
มาหาเราทุกครั้งที่ได้มองเข้าไปในตัวเอง
และเช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม หากเราพาชีวิตตัวเอง
ไปสู่สิ่งแลวร้าย เงาสะท้อนของมัน...ก็ย่อมหมายถึงสิ่งเดียว
กัน ยากที่จะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไปได้
สุดท้าย...จึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป สำหรับการพิจารณา
ของ 2 อย่าง ที่อยู่ในความมีชีวิต และเราเองเท่านั้นที่ได้
รับสิทธิ์ในการเลือกตลอดเวลาอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้...ฉันจึงยังไม่สามารถหาเหตุผลที่ดีได้เลยว่า เรา
จะทำชีวิตตัวเิองให้แย่ทำไม? จะทำร้ายตัวเองให้ซึมเศร้า...
หม่นหมอง ด้วยอดีตที่ผ่านมาแล้วทำไม? หรือแม้แต่...
ในวันนี้ ทั้งๆ ที่สัีกวันหนึ่ง...มันก็ต้องมีทางออกจนได้
![]() |
| เราต้องมีชีวิตที่ดี เพื่อคนที่เรารัก by จากใจ ออนไลน์ |
แล้วคุณก็ตอบตัวเองว่า "ไม่ได้รัก"
คนที่คุณเห็นอยู่ในกระจกเงาบานนั้น!!!
(จากหนังสือ ยังมีแสงสว่าง บนเส้นทางชีวิตเสมอ โดยปูปรุง)
by จากใจ ออนไลน์

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น